ดราม่า รถเสีย แต่ถูกตำรวจบอกให้รีบยกรถออกไปเพราะขบวนเสด็จกำลังมา 

ถูกตำรวจบอกให้รีบยกรถออกไป  มีหญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความดราม่าเกี่ยวกับรถเสียผ่านทาง facebook เอาไว้เมื่อวันที่ 13 เดือนเมษายนปีพศ. 2565

โดยหญิงสาวรายนี้เธอเล่าว่าในระหว่างที่เธอขับรถอยู่บนสะพานแถวรัตนาธิเบศร์  ซึ่งเธอได้มีการจอดรถเข้าข้างทางส่วนสาเหตุที่ทำให้รถของเธอเสียนั้นก็คือพัดลมพังเนื่องจากว่าเครื่องร้อน 

        อย่างไรก็ตามหญิงสาวเจ้าของโพสต์ระบุว่าเธอได้มีการโทรตามช่างซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่รถของเธอเสียมากนักแต่ช่างบอกให้เธอนั้นจอดรถเอาไว้แล้วรอให้เครื่องเย็นหลังจากนั้นให้ขับกลับไปที่คอนโดเนื่องจากว่ารถของเธอนั้นเสียห่างไม่ไกลจากคอนโดที่เธอพักเท่าไหร่นักหลังจากนั้นเดี๋ยวช่างจะมาดูให้

       อย่างไรก็ตามในระหว่างที่หญิงสาวเจ้าของโพสต์กำลังจอดรถเพื่อรอให้รถเย็นลงเพื่อที่จะได้ขับรถกลับไปยังคอนโดได้นั้นปรากฏว่ามีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถเข้ามาหา ตอนแรกหญิงสาวดีใจนึกว่าตำรวจจะมาช่วยประสานงานแก้ไขปัญหารถเสียให้กับเธอแต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกับบอกให้เธอรีบย้ายรถออกจากตรงบริเวณดังกล่าวทันทีโดยให้เหตุผลว่าจะมีขบวนเสด็จผ่านมาทางนี้ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเสนอให้เธอนั้นเรียกรถลากมายกออกไป

       อย่างไรก็ตามเมื่อพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้เธอทราบว่าถ้าหากว่าหญิงสาวเจ้าของรถมีการเรียกรถมาลากรถออกไปจากจุดบริเวณดังกล่าวนั้นเธอ

จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเสียค่าจ้างรถลากเองซึ่งทำให้เธอนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากดังนั้นเธอจึงยืนการที่จะจอดรถเอาไว้จนกว่ารถจะเย็นแล้วจึงจะขับออกไป

         หลังจากที่หญิงสาวสามารถนำรถกลับมาถึงคอนโดได้แล้วด้วยความโมโหเธอจึงมีการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมทั้งมีกระแสดราม่าจากเธอว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนแทนที่เธอจะได้รับการอำนวยความสะดวกจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ตำรวจกับเห็นขบวนเสด็จสำคัญกว่าความเดือดร้อนของเธอ 

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่โพสต์นี้ได้มีการแชร์ออกไปไม่นานเธอก็เข้ามาอัพเดทว่าเธอจะทำการลบโพสต์ดังกล่าวเนื่องจากว่าท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจคู่กรณีได้โทรมาขอโทษและชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้เธอรับทราบเรื่องราวโดยหญิงสาวยืนยันว่าเธอได้ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจกันดีแล้วเป็นการเข้าใจผิดกันทั้งสองฝ่าย   เพราะเป็นการสื่อสารที่ไม่ตรงกันดังนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาภายหลังเธอจึงต้องการลบโพสต์นี้และเธอได้มีการขอบคุณบรรดาเพื่อนๆที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้กับเธอด้วย

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

น้ำมันดิบรั่วลงทะเล 4แสนลิตร เร่งกำจัดด่วน

น้ำมันดิบรั่วลงทะเล 4แสนลิตร  มีการเปิดเผยออกมาจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจังหวัดระยองเมื่อวันที่ 26 เดือนมกราคมปีพศ. 2565 ว่าในช่วงเวลาประมาณ 09:00 น ของวันที่ 25 เดือนมกราคมพ.ศ 2555

บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกซึ่งอยู่กลางทะเลซึ่งจุดดังกล่าวนั้นเป็นจุดที่บริษัทสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่งจำกัดมหาชนได้ใช้เป็นจุดสำหรับคนถ่ายน้ำมันในทะเลเกิดปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่ทะเลเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าน้ำมันดิบที่รั่วไหลลงสู่ทะเลนั้นมีปริมาณถึง 40 ลิตรเลยทีเดียว  

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่รับทราบปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลก็รีบแก้ไขปัญหาทันทีโดยเร่งขจัดคราบน้ำมันออกให้ได้มากที่สุดซึ่งในขณะนี้เหลือเพียงแค่ประมาณ 20 ตันเท่านั้นนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ไปตรวจสอบสาเหตุของการเกิดน้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่ทะเลในครั้งนี้แล้ว

พบว่าสาเหตุเกิดจากที่หอยทะเลไปเกาะที่ท่อทำให้เกิดเป็นรูรั่วซึ่งขนาดของรูรั่วนั้นมีขนาดเพียงแค่ประมาณ 0.9 cm เท่านั้นแต่ก็สร้างความเสียหายให้กับบริษัทอย่างหนักนอกจากนี้ยังทำให้ท้องทะเลเสียหายหนักมากอีกด้วย

            อย่างไรก็ตามช่วงเวลาเที่ยงคืน 18 นาทีของวันที่ 26 เดือนมกราคมปีพศ. 2564 ทางด้านบริษัทสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่งจำกัดมหาชนได้ออกมีการแถลงการณ์อีกครั้งหนึ่งว่าในขณะนี้ทางบริษัทนั้นได้สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งในขณะนี้ได้มีการใช้เรือของทางบริษัทเข้าไปทำการกำจัดคราบน้ำมันด้วยการฉีดพ่นน้ำยา

          อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าการแก้ไขปัญหานั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืนการขจัดคราบอาจจะไม่ค่อยหมดไป

ซึ่งในตอนเช้าทางบริษัทจะมีการเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ใหม่และประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่งโดยทางบริษัทยังยืนยันว่าทางโรงกลั่นน้ำมันยังคงปฏิบัติงานได้ตามเดิมเหมือนเดิมเครื่องจักรยังคงทำงานเหมือนเดิมและไม่ได้รับผลกระทบใดใด

        สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้นค่าน้ำมันบางส่วนที่อาจจะกำจัดยังไม่หมดนั้นอาจจะลอยออกไปสู่ชายฝั่งซึ่งในขณะนี้เชื่อว่าสถานที่ที่น่าจะได้รับผลกระทบก็คือเกาะเสม็ดรวมถึงบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าและหาดแม่รำพึงเนื่องจากว่าคลื่นนั้นได้มีการซักคราบน้ำมันไปใกล้สถานที่ดังกล่าวมากแล้ว

อย่างไรก็ตามทางบริษัทยืนยันว่าจะรีบกำจัดคราบน้ำมันให้หมดให้เร็วที่สุด  และทางบริษัทจะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามและแจ้งผลเป็นระยะ  ซึ่งทางบริษัทยืนยันว่าจะทำให้น้ำมันที่รั่วออกมานี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด  

          อย่างไรก็ตามทางบริษัทยืนยันว่าจะรีบแก้ไขให้สถานการณ์ในท้องทะเลเป็นปกติให้เร็วที่สุด  โดยในขณะนี้ทางบริษัทได้มีการประสานงานไปที่กองทัพเรือภาคที่ 1 เพื่อให้ช่วยเอานำเฮลิคอปเตอร์มาบินบนเพื่อทำการโปรยสารเคมีทางอากาศเพิ่มอีกหนึ่งช่องทางเพื่อที่จะได้เร่งกำจัดคราบน้ำมันให้หมดเลยเร็วที่สุดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ufabet

ตำรวจฉาว ขับรถชนคนเสียชีวิต แต่กลับโบ้ยให้แฟนสาวออกหน้า เป็นคนขับแทน 

      ในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 10 เดือนมิถุนายน  ปีพ.ศ. 2565  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชนคน แถวบริเวณปากซอยพหลโยธิน 27   โดยรถเก๋งเสียหลัก ชนคนซึ่งอยู่บนทางเท้า บนพหลโยธิน จนเสียชีวิตคาที่   ส่วนคนขับรถเปลี่ยนงานได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

ตำรวจฉาว ขับรถชนคนเสียชีวิต เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุก็รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที  ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงยังบริเวณจุดเกิดเหตุพบรถเก๋งนั้นจอดอยู่บนทางเท้า 

โดยมีศพของชายคนหนึ่งซึ่งถูกระบุว่าเป็นชายไร้บ้านมักจะมานั่งเตร็ดเตร่หรือหาที่นอนแถวบริเวณถนนพหลโยธินใกล้กับจุดที่เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ  นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบเจ้าของรถเก๋งซึ่งยืนรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่โดยมีผู้หญิง 1 คนและผู้ชาย 1 คน 

      จากคำให้การของคนขับรถเก๋งระบุว่าผู้ที่เป็นคนขับรถเก๋งนั้นคือฝ่ายหญิงซึ่งเป็นแฟนสาว  โดยเมื่อถึงตรงบริเวณจุดเกิดเหตุปรากฏว่าได้หักหลบรถคันอื่นกะทันหันทำให้รถเสียหลักและพึ่งไปบนทางเท้าซึ่งตรงจุดดังกล่าวนั้นมีผู้เสียชีวิตกำลังนั่งอยู่จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นโดยลักษณะของจุดเกิดเหตุนั้นพบว่ารถเก๋งได้มีการลากร่างของผู้เสียชีวิตไปไกลกว่า 20 เมตร

     อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบพื้นที่ตรงบริเวณที่เกิดเหตุพบว่ามีจุดที่น่าสงสัยเนื่องจากว่าฝ่ายชายซึ่งอ้างว่านั่งข้างคนขับนั้นกลับมีแผลตรงบริเวณหน้าผากซึ่งตรงกับรอยเลือดที่บริเวณถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับในขณะที่ฝ่ายหญิงที่อ้างว่าตนเองนั้นเป็นคนขับรถกับไม่มีบาดแผลใดๆทั้งสิ้นดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงไม่ปักใจเชื่อจึงได้มีการเชิญตัวชายหญิงคู่กรณีไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ 

      หลักการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าฝ่ายชายนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและมียศเป็นถึงร้อยตำรวจโทสังกัดสำนักงานเลขานุการ  

จากการที่มีการพูดคุยเพิ่มเติมพบว่า แท้ที่จริงแล้วคนที่ขับรถชนคนเสียชีวิตนั้นก็คือฝ่ายชายที่มียศเป็นร้อยตำรวจโทนั่นเอง   

           สำหรับเรื่องนี้ทางด้านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะได้มีการประสานงานไปยังหัวหน้าของนายตำรวจคนดังกล่าวเพื่อทำการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเนื่องจากว่านายตำรวจปิดบังตัวตนของตนเองและไม่ออกมายอมรับผิดปล่อยให้แฟนสาวเป็นคนออกนอกหน้าแทนและให้แฟนสาวเป็นคนยอมรับว่าตนเองนั้นเป็นคนขับรถชน

          เรื่องนี้อาจจะมีการตรวจสอบวินัยซึ่งทางผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจคนที่กระทำความผิดจะมีการแถลงข่าวให้ประชาชนได้ทราบต่อไป   อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีใดๆกับนายตำรวจและแฟนสาวเนื่องจากว่ายังรอให้นายตำรวจนั้นรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลให้หายก่อนหลังจากนั้นจะมีการเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet